top of page
ค้นหา

รู้หรือไม่"ข้าว"ที่กินกันอยู่ทุกวันนี้นั้นมีกี่สายพันธุ์ ?


ข้าวจัดว่าเป็นอาหารที่สำคัญของคนทั่วโลกมาอย่างช้านานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยเฉพาะในประเทศไทยก็รับประทานข้าวกันทั่วไปเรียกได้ว่าเป็นอาหารหลักกันเลยทีเดียว อ้างอิงจากสถิติสากลของการบริโภคข้าวของคนไทยนั้นในยุคปัจจุบันก็ยังคงติดอันดับต้นๆของโลกอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่า ข้าวที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้มีหลากหลายชนิดและสายพันธุ์แยกย่อยที่แตกต่างกันมากมาย ถึงขนาดที่บางคนรับประทานเข้าไปยังไม่รู้เลยว่านี่คือข้าวชนิดไหน และให้สรรพคุณใดที่แตกต่างกัน

โดยเราแบ่งชนิดข้าวที่มีอยู่ในประเทศไทยออกเป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ และในแต่ละชนิดก็จะมีสายพันธุ์ย่อยแยกแขนงออกไปอีก

1. ข้าวหอมมะลิ

ข้าวหอมมะลิในประเทศไทยนั้น หลักๆแล้วมีที่รับประทานกันทั่วไป 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

ข้าวหอมมะลิ 105 เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกที่อื่นได้ไม่ดีเท่ากับปลูกในไทย และเป็นพันธุ์ข้าวที่ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วโลก ได้ยินชื่อเสียงพร้อมรหัสตัวเลขแบบนี้กันเข้าไป ก็คงจะสงสัยกันไม่ใช่น้อยใช่ไหมว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมจึงมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลขนาดนั้น

ขอเล่าประวัติคร่าวๆ ดังนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2497 นายสุนทร สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รวบรวมพันธุ์ข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้จำนวน 199 รวงแล้ว ดร.ครุย บุณยสิงห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงพันธุ์ข้าวในขณะนั้น) ได้ส่งไปปลูกคัดพันธุ์บริสุทธิ์และเปรียบเทียบพันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง (ขณะนี้เป็นสถานีข้าวลพบุรี) ดำเนินการคัดพันธุ์โดยนักวิชาการเกษตรชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดลองข้าวโคกสำโรงจนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 ได้พันธุ์บริสุทธิ์ข้าวขาวหอมมะลิ 4-2-105 (หมายเลข 4 หมายถึงอำเภอที่เก็บมาอำเภอบางคล้า หมายเลข 2 หมายถึง ชื่อพันธุ์ข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น คือ พันธุ์หอมมะลิ และ หมายเลข 105 คือ ตำแหน่งรวงข้าวของพันธุ์หอมมะลิที่เก็บในที่นั้น รวงที่ 105) และคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ข้าวได้อนุมัติให้เป็นพันธุ์ส่งเสริมแก่เกษตรกร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 โดยเกษตรกรทั่วไปเรียกว่า “ขาวหอมมะลิ 105 ต่อมาได้มีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวหอมมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ ข้าวทั้ง 2 พันธุ์เป็นข้าวหอมมะลิไทย

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นข้าวพันธุ์ที่มีแหล่งปลูกข้าว ณ ที่ราบอันมีอาณาเขตกว้างขวางใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก มีชื่อว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้” เมล็ดข้าวจะมีลักษณะเรียวยาว ไม่มีหางข้าว เมื่อผ่านการสีแล้ว จะมีความเลื่อมมัน จมูกข้าวเล็ก เมื่อหุงแล้วจะมีกลิ่นหอมและนุ่ม

ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นทุ่งใหญ่ของภาคอีสาน มีพื้นที่อยู่ในเขต 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และ จังหวัดสุรินทร์ จำนวนพื้นที่ทั้งสิ้น 2,107,690 ไร่ เดิมมีชื่อว่า ทุ่งหมาหลง หรือ ทุ่งปู่หลาน ที่ได้ชื่อ “ทุ่งกุลาร้องไห้” นั้นมีตำนานกล่าวว่า มีพ่อค้าชาวกุลาเดินเร่ขายสินค้าผ่านเข้ามาในทุ่งกว้างแห่งนี้จนเมื่อล้ายังไม่พ้นทุ่งกว้างแห่งนี้สักที ทุ่งนี้จึงมีชื่อว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้”

พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแอ่งขนาดใหญ่ เป็นดินร่วมปนทราย ในดินมีโซเดียมและซิลิก้ามีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ลักษณะสภาพภูมิประเทศมีความเค็มในดิน ความแห้งแล้งของพื้นที่ สภาพอากาศธาตุ อาหารในดิน ส่งผลให้เกิดความเครียดและหลั่งสารหอม 2AP ทำให้ข้าวหอมมะลิในแหล่งนี้หอมมากกว่าข้าวหอมมะลิแห่งอื่นๆ

2. ข้าวขาว

ข้าวเหลืองประทิวชุมพร เป็นข้าวพื้นเมืองดั้งเดิมของอำเภอปะทิว จ.ชุมพร เป็นข้าวพันธุ์หนักในฤดูนาปี เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนธันวาคม มีจำนวนเม็ดต่อรวงจำนวนมาก และปลูกในที่ที่เป็นดินเปรี้ยวได้ดี อีกทั้งยังทนต่อโรคของแมลงได้ด้วย ลักษณะเมล็ดมีสีเหลือง เลื่อมมัน เมล็ดยาว มีน้ำหนักเมล็ดที่ดี เมื่อนำไปหุงแล้วข้าวขึ้นหม้อ จึงเป็นข้าวที่ชาวนาชุมพรมักนิยมปลูก เพราะปลูกง่าย ได้ผลผลิตที่ดี เหมาะกับพื้นที่และสภาพอากาศ

ข้าวเหลืองประทิวชุมพรถือเป็นข้าวพนุ์บริสุทธิ์พันธุ์หนึ่ง ลำต้นและใบมีสีเขียว ต้นสูง ใบกว้างและยาว คอรวงยาว เมล็ดรูปร่างเรียว ข้าวเปลือกจะมีสีฟาง หากเป็นข้าวกล้องจะมีสีเหลืองอ่อน ยาวเรียว ถือเป็นข้าวที่หุงสุกเร็ว แข็ง และร่วน แต่ไม่จับตัวเป็นก้อน เหมาะกับการรับกระทานกับกับข้าวราดแกง


ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ พันธุ์ข้าวพื้นเมืองคุณภาพดีของอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี ที่มาของชื่อมาจากชื่อผู้นำสายพันธุ์ข้าวพันธุ์นี้เข้ามาในพื้นที่ คือพ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีน ชื่อ “เจ๊กเชย” ซึ่งข้าวสายพันธุ์นี้มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งแต่ต้นรัชสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นข้าวที่หุงขึ้นหม้อ ไม่แข็งกระด้าง ที่สำคัญไม่บูดง่าย และไม่ยุบตัวเมื่อราดแกง สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นและขนมได้ดี

จังหวัดสระบุรีมีประวัติการปลูกข้าวมาเป็ฯเวลายาวนานเพราะเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ภาพกลาง ที่ได้รับการประกาศจัดตั้งขึ้นเพื่อรวบีวมเสบียงอาหารและเป็นยุ้งฉางเก็บไว้คราวศึกสงคราม ตั้งแต่ราวปี 2125 ชุมชนในพื้นที่ประกอบอาชีพทำนา รับจ้างและค้าขาย อำเภอเสาไห้ เป็นแหล่งเศรษฐกิจใหญ่ของจังหวัดสระบุรี เป็นชุมชนการค้าขายสินค้าเกษตรต่างๆ จากพื้นที่ที่ได้รับน้ำจากลุ่มน้ำป่าสัก ข้าวเจ๊กเชยนำมาปลูกในพื้นที่อำเภอเสาไห้ จากการที่ชาวบ้านนำข้าวมาแลกสินค้า ได้แก่ เกลือ กะปิ น้ำปลา หอม กระเทียม ที่บริเวณท่าเจ๊กเฮง พ่อค้าคนจีนที่มีน้องชาย ชื่อเจ๊กเชยคอยควบคุมดูแลการแลกสินค้า และสนใจข้าวพันธุ์ก้นจุด จึงแนะนำให้ชาวนานำไปปลูกขยายผลผลิตแล้วนำมาแลกสินค้ากับเจ๊กเชย ต่อมาชาวนาจึงเรียกข้าวพันธุ์นี้ว่า “ข้าวเจ๊กเชย” จนเป็นที่รู้จักจากปากต่อปาก พ่อค้าเรือหลายคนนำสินค้าข้าวนี้ไปขายถึงอยุธยา เป็นข้าวหุงขึ้นหม้อ รสชาติดีไม่ออ่น ไม่แข็งจนเกินไป เก็บไว้ค้างคืนไม่บูด

3. ข้าวเหนียว